Topic list
- เธอกับฉัน
เธอกับฉัน
ไม่มีหรอกวันเวลามาให้ชื่น มีแต่วันและคืนที่ขื่นขม ไม่มีหรอกความหวังในสังคม หากยังเกลื่อนอาจมถมอาเจียน ไม่ต้องหาเทพเทวามาอารักษ์ มีแต่ยักษ์ครึ่งกระสือกระหือกระเหี้ยน ไม่ต้องหาหรอกแสงแม้แรงเทียน เมื่อมืดเมฆเบียดเบียนยังบดบัง จะเหลียวหาน้ำใจไม่ต้องหา คว่ำแผ่นดินพลิกฟ้าก็อย่าหวัง ในเมื่อคนบนแผ่นดินยังชิงชัง การรดหลั่งน้ำใจมาให้เธอ เธอจึงเป็นเหมือนฉันเช่นวันนี้ เหมือนตรงที่เธอฉันต่างฝันเก้อ เมื่อความฝันนิยามแค่ความเพ้อ หวังได้เจอสังคมอุดมการณ์ เปลี่ยนแปลงเถิดสังคมโสมมชั่ว อุทิศตัวก้าวย่างอย่างห้าวหาญ เพื่อน้ำใจไหลหลั่งดั่งสายธาร พลิกตำนานแร้นแค้นของแผ่นดิน
กุลสตรี ปักษ์หลังมีนาคม ๒๕๓๙
- ทัพโลกรักษ์
- ทัพโลกรักษ์ ......................... ......................... สัคเคเทวดามาชุมนุม&. นรกานต์เปิดขุมประชุมยม กูอัญเชิญไตรภูมิเทวะ เพียงสักครู่ให้ละนางสนม ทั้งองค์อินทร์นารายณ์พระพายพรหม จงสุริยะเร่งระดมพลพรรค เหวยเถิดมาโลกชั้นสามัญ ทั้งนาคครุฑคนธรรพ์ ประชันศักดิ์ มัจฉานุหนุมานรามลักษณ์ ทั้งพิเภกเลกยักษ์พระหลักเมือง กูตั้งศาลเพียงตาบูรพาทิศ ที่ประทับศิวะสถิตย์ผู้ลือเลื่อง วิษณุควงจักรผันแลฟันเฟือง ตั้งทัพไพร่อยู่เยื้องแสนหมื่นพล ณ ปัจฉิมคลังศาสตราพรหมาวุธ พลประยุทธ์อารักขาให้กาหล ทิศทักษิณให้พระพายตั้งค่ายกล แลเบื้องบนเบื้องล่างล้วนปราการ กูขึ้นนะโมพุทธายะ อาราธนาพระอริยะมาคุ้มด่าน ทแกล้วเวยจุ่งวันทาสมาทาน กราบพระนิพพานอโหสิพระวิสุทธิธรรม พลันเบิกทวารบานทวีปด้วยประทีปพลุ อันประจุคุอสนีแสนฉนำ โยธาวานรขึ้นทัพนำ พลน้ำนำหน้าสุดสาคร พลราบดาบหอกเตรียมออกศึก พลธนูซุ่มพฤกษ์เตรียมแผลงศร หนุนเนื่องด้วยทัพหลังม้ามังกร พิทยาธรวางพิณมาถือธง บัดเดี๋ยวให้สนั่นลั่นโลกา เบื้องสูงกระหึ่มครุฑาพญาหงส์ อาทัพกูรายเรียงทั้งเวียงดง กูประจงจิตมั่นประจัญบาน โอมสวาหะผู้ใดทำโลกามห .....
- จดหมายรักจากนวล
- จดหมายรักจากนวล &&&&&&&&&&&& เขียนจดหมายสักใบใส่ดาษขาว เขียนเองอ่านเองเป็นเพลงยาว เขียนถึงบ่าวผมสร้านอยู่บ้านไกล ว่านกเขาขันคูอยู่ข้างทาง ไปขันกู่คูครางอยู่ข้างไหน มาเงียบงำคำยินเหมือนสิ้นใจ มาเงียบในเสียงบินเหมือนสิ้นลม ว่าเจ้าบ่าวผมซื่อมือนวล มาเรรวนคำหวานให้พานขม จูบนั้นจีบปากจูบหรือลูบคม ที่บ่าวข่มปากจีบจูบกลีบใจ นวลเพียงสาวชาวนาใช่กล้ากรด จารีตธรรมเนียมบังล้าหลังสมัย เพียงแรกจูบลูบแรกก็แปลกไป หวาดไหวคำกระทบกระเทียบเกินเปรียบปาน ดั่งวัวสันหลังหวะอยู่กลางทุ่ง หวาดสะดุ้งตื่นกาบินมาผ่าน นวลห่มไห้ไข้เข็ญอยู่เป็นนาน รอยแปลกนั้นประจานอยู่ลานใจ ชั่วเพราะพลีเพื่อรักลืมหลักคอก ดั่งวัวเขาสวยหนอกงามตาใส โลดแล่นลั่นกระดึงตะบึงไป ค้อมคอให้บ่าวเทียมเข้าเกวียนรัก เปลื้องจารีตธรรมเนียมที่เจียมตน รักล้นจึงทอดหยิ่งและทิ้งศักดิ์ แต่ดื่มรักก็ยิ่งด่ำยิ่งสำลัก ดื่มน้ำวักใสสะอาดกลับฝาดคอ บ่าวมาหวะแผลเหวอะเลือดเกรอเนื้อ ใจซื่อบ่าวก็เถือมิเหลือหลอ คำรวนเรเห่ร่ำที่พร่ำคลอ ก็ลืมคำที่พร่ำพ้อทุกข้อความ นวลเพียงสาวชาวนาใช่กล้ากรด จารีตธรรมเนียมแบกดังแอกหาม แต .....
- ความสุขชั่วปริ๊ด!
- ความสุขชั่วปริ๊ด! มืดครึ้มขรึมคลุ้มเข้าคลุมครอง ฟ้าหมองดินครวญอยู่หวนโหย พระสยามเทวาธิราชร่ำและพร่ำโอย เหวยโหวยอกเมืองก็ระเคืองพลัน กึ่งพระพุทธกาลมาก็มินานปี เพียงสี่สิบหกที่ศกผัน ก็ล้วนแล้วไพร่บ่าวแหละเท่านั้น อกสั่นขวัญหายแล้วนายเฮย มันทุกข์ยากปากหมองไปทั่วหน้า อนิจจาทุกข์ยิ่งเสียจริงเหวย บาปกรรมปางใดแต่ใดเคย แม่เวยมันยากลำบากแค้น อดออมพร้อมเสร็จเม็ดแขม่ ยักแย่ยังชีพขมิบแน่น กินแกลบกินรำไปตามแกน เนื้อเหี้ยเนื้อแลนยังอดกิน ข้าวยากหมากแพงทุกแห่งหน ตะละคนหน้าซีดเกินดีดดิ้น กลืนข้าวตะละคำก็ช้ำลิ้น ฝาดกลิ่นทุกคำกลืนกล้ำคอ ก็ไทยไพร่ทั้งนั้นแหละนายเวย แต่ไหนเลยปากหมองต้องร้องขอ แบกชีวิตอั่งอุกทุกข์ท้อ จับซอสีสายกล่อมควายฟัง สุขไปตามประสาคนหน้าซีด ความสุขชั่วปริ๊ดได้ล้นหลั่ง ฝ่ามือปูดโปนเอ็นแข็งเป็นตัง มือยังทำงานได้สบายดี ความสุขเพียงจิ๊ดเดียวประเดี๋ยวประด๋าว อยู่ที่มือจะสาวจะเร้าถี่ เร่งมือเถิดคนยากผู้มากมี ความสุขน้อยนาทีหนอชีวิต สาวได้สาวเอาเถิดสาวไป มือใครก็มือใครย่อมไม่ผิด ต่างคนต่างกรรม-ต่างกำมิด เพื่อความสุขชั่วปริ๊ด-กระจิ๊ดเดียว ไทใต้ ๕ กุมภ์ ๒๕๔๑ .....
- ขอแสดงความยินดี นายหมี่เป็ด
ขอแสดงความยินดี นายหมี่เป็ด เพื่อนผม......
เขาอยากให้ผมอ่านบทกวีของเขา เขาพยายามอี-เมล์มาให้ผม
ผมเลยทำเว็บให้เขาเสียเลย.
- กวีรีแลกซ์
กวีรีแลกซ์
แล้วถนนคนทุกข์ทุกทุกสาย ก็มุ่งบ่ายเส้นทางสู่ร้านเหล้า เมื่อร้อนแห่งช่วงวันได้บรรเทา ราตรีหม่นคนเหงารวมเผ่าพันธุ์ มาเถิดเพื่อนคนทุกข์ทุกทุกคน มาเสาะค้นนิยามแห่งความฝัน โลกนี้หากแหลกร้างก็ช่างมัน ด้วยปัญหาสารพันเกินจรรโลง รินแล้วชนอีกแก้วเถอะกวี รินถี่ชนบ่อย-เมาตายโหง แหละดูนั่นจันทร์เคว้งลอยเตงโตง มีกาพย์โคลงกลอนฉันท์ให้บันทึก ให้กวีแต่ละท่านได้จารจด มวลทั้งหมดที่งดงามของความรู้สึก เช่นว่าจันทร์เจ้าเอ๋ยมิเคยนึก ว่ายิ่งดึกก็ยิ่งนวลรัญจวนนัก (เสียงปรบมือกราว) ปล่อยวางโลกสักครู่เถิดกวี เราต่างมีวิญญาณอันหน่วงหนัก ก่อนจะก้าวเข้าร้านมานั่งพัก เรากับโลกแตกหักมานักแล้ว นี่เป็นช่วงเวลาแห่งราตรี ควรกวีหม่นหมองได้ผ่องแผ้ว นอกร้านคนกล้าพอยังต่อแนว เอ่อ-รินอีกสักแก้วเถอะกวี นอกร้านคนกล้าพอยังต่อแนว เรียงแถวเดินหน้าทำหน้าที่ หากว่าโลกทลายครืนในคืนนี้ จะป้ายสีเราได้อย่างไรกัน? (เฮ) เอามาอีกหนึ่งกลม-เหล้าคนทุกข์ กูจะปลุกคืนนี้เป็นราตรีสวรรค์ โลกนี้จะแหลกร้างก็ช่างมัน กูเผ่าพันธุ์วิเวก-ปัจเจกชน!
สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์- กล่อมหอกวี
- กล่อมหอกวี ๑). จรดจิตกวีไปชุมนุม เหนือลุ่มแม่กลองทั้งสองฝั่ง สะกดจิตเสร็จสรรพเพื่อรับฟัง แม่กลองหลั่งคำพรเป็นกลอนมา ๒). ศรีศรีศุภฤกษ์มหามงคล ไผ่หนึ่งต้นหยัดพื้นยืนสง่า สีปล้องตะละปล้องดั่งทองทา ตัดเป็นบ้องกัญชาก็น่าชม นี่เป็นไผ่เหยียดยอดขึ้นกอดเมฆ ลมวิเวกเดือนยี่มาคลี่ห่ม หนาวก็เสียดใบคายอันรายคม ให้ระงมใบร้าวว่าหนาวแท้ เสียดาย ศรคีรี อายุสั้น มิงั้นเป็นวานช่วยงานแน่ ให้ มนต์รักแม่กลอง ดังก้องแคว เซ็งแซ่โห่ร้องต่างกลองยาว มาละวามาละเหวยลูกเขยกวี บายศรีเป็ดสับรับเจ้าบ่าว เสียงปังตอเข่นเขียงเป็นเสียงกราว ต่างซาวด์กล่อมหออัมพวา (เอ้าโห่---------------ฮิ้ว&&.. ใครมีหมั่นโถวมาแลกขาหมู ใครมีเต้าหู้มาแลกเต้าเจี้ยว ใครมีไผ่เขียวมาแลกใบชา ตะละลา หุย&&&&&&&..ฮา โห่&&&&&&&..ฮิ้ว) ๓). ยินดีปรีดากับกวี พิธีภิรมย์นี้สมหน้า ดอกรักบานสะพรั่งพรึบหลังคา ฟากฝาเพดานให้ทานทน ให้ชื่นฉ่ำราวแช่น้ำแม่กลอง ลมแตะแดดต้องอย่าหมองหม่น ใบมะพร้าวกราวหึ่งอยู่อึงอล ให้ต่างพระพุทธมนต์เจริญพร ศรีศรีศุภฤกษ์มหามงคล ไผ่หนึ่ .....
- กเฬวรากครองเมือง
- กเฬวรากครองเมือง แล้วสันดานเถื่อนถ่อยก็ค่อยโผล่ บอกความขี้โมโหขี้โกหก สัญชาติเมือกยางแห่งคางคก ขนจะปรกเป็นนกยางได้อย่างไร แล้วกำพืดของเจ๊กอพยพ มันก็กลบกลิ่นคราบของภาพใหม่ จึงทุกลมเรียวลิ้นตัดสินใจ มันฟ้องไพร่ฟ้องทาสในชาติตน เมื่อมือหนึ่งถือเงินเป็นอำนาจ เสียงตวาดกราดเกรี้ยวก็เคี่ยวข้น เมื่อตาดูดาวเรืองแต่เบื้องบน จึงหัวคนก็ย่ำเอาตามใจ ยิ่งสมองสิ้นคิดรู้ผิดชอบ ยิ่งถูกตอบถูกโต้ถูกโห่ไล่ ยิ่งมือนั้นถือฟืนแล้วยื่นไฟ ยิ่งลุกไหม้ติดต้องเจ้าของมือ จึงเกิดการกระทำอยู่ซ้ำซาก กเฬวรากแผ่นดินยากสิ้นชื่อ คนจนคนทุกข์เมื่อลุกฮือ ก็ถูกรื้อถูกพังถูกทำลาย เมื่อคิดแต่จะใช้ความรุนแรง เสียงสาปแช่งแห่งหนจะล้นหลาย ยิ่งมือนั้นขี้เรื้อนเลือดเปื้อนกาย ความฉิบหายก็แล่นทั้งแผ่นดิน ชาติตะกวดลิ้นแฉกย่อมแดกศพ ปากเปียกเลือดแดงกลบมิจบสิ้น คนชาติตะกวดแอบเมื่อแลบลิ้น ก็ตาปลิ้นมือเงื้อฉีกเนื้อคน มันบ่งบอกหัวใจดวงใฝ่ต่ำ ความเป็นคนใจดำอยู่ซ้ำหน จึงเมื่อเผชิญหน้าประชาชน ก็ดิ้นรนตระหนกตื่นตกใจ เพราะมันมีพิรุธทุจริต ความผิดนานับถูกจับได้ ขี้ขึ้นหัวกลัวหวาดและขลาดภัย จึงใช้กำลังเข้าพังครืน .....
- คนแปลกหน้า
- คนแปลกหน้า เรามิได้วิเศษ-แม้เหตุใดทั้งสิ้น ตราบที่เท้ายังเหยียบดินและกินข้าว เพียงดวงตาคมกริบกะพริบวาว ก็หาใช่ดวงดาวอันวาวฟ้า เราคงอยู่ ยังอยู่ และต้องอยู่ ร่วมกับผู้ต่างแตกผู้แปลกหน้า ขณะเรากระพุ่มมือนับถือศาสดา ต้องเชื่อว่าเขามีมือไว้ถือธรรม เช่นที่เรามิใช่เทพเจ้า เช่นกันเขาใช่สัตว์ดิรัจฉานส่ำ มีบ้างหรือมนุษย์ยุติธรรม เหนือกฎครอบกรอบงำแห่งคัมภีร์ มือใครใครกำล้วนกำใคร หากกำไฟก็ไหม้จนมือป่นปี้ เราเพียงมาพบหน้าบางนาที ควรหรือที่สำรากแล้วจากลา ความดีชั่วเราวัดเราตัดสิน ก่อนทุบเปรี้ยงลงดินพิพากษา โอ้มนุษย์ โอ้ชีวิต โอ้อนิจจา คุณค่าถูกตราตีนาทีเดียว เขาอาจเดินผ่านเรา--เราผ่านเขา ต่างมีเงาต่างแตกต่างแปลกเปลี่ยว เขาอาจเดินเหยียบตีน-เราปีนเกลียว ก็เพียงเสี้ยวชีวิตมีผิดพลั้ง เช่นที่เรามิใช่เทพเจ้า เช่นกันเขาใช่ศพต้องกลบฝัง เรามิใช่ผู้วิเศษ-เขามิใช่ผู้ทุเรศทุรัง เพียงสายตาใช่ตาชั่งวัดความดี เขาและเราเหมือนกันร่วมพันธุ์เผ่า ตราบเท้าเรายังเหยี .....
- มนุษย์หุ่นยนต์

เควิน วอร์วิค นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ชี้ไปที่ภาพขยายชิพคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่ผังอยู่ในตัวเขา โดยชิพตัวนี้ทำหน้าที่เชื่อมระบบสมองของเขาเข้ากับคอมพิวเตอร์โดยตรง เท่ากับว่า เขากลายเป็นมนุษย์ไซบอร์กรายแรกของโลก ที่นำเอาข้อความในการตอบโต้กันระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์มายังเอเชีย