Topic list
- ท้องฟ้าสบาย หมายเลขเจ็ด
ผมชอบมองดอกไม้ .. อาจเป็นเรื่องเขินอยู่บ้างที่ผู้ชายท่าทางละมุนละไมสักคน จะเอื้อมมือไปไล้ลูบกลีบบางๆ หอมแผ่วของไม้สักดอก เสมือนทอดผ่านรอยต่อระหว่างโลกจริงและโลกเสมือน
ผมชอบมองหญิงสาวซึ่งชอบมองดอกไม้ ขณะเช้าบาน , เธอเดินผ่านหน้าบ้านผมทุกวัน เธอมักติดกล้องและสมุดเล็กๆมาด้วยเสมอ ทักทายและโอบยิ้มกระหวัดแม้กระผีกเกสรทุกอณู ผมชอบมองท่วงท่ากระชับกล้องปรับโฟกัส และแววตาฉ่ำสุขภายใต้กรอบแว่นสีน้ำตาล
สมุดเล็กๆของเธอ ลายเส้นบางๆกับตัวอักษรแห่งรู้สึก งดงาม . เสมือนเขียนโปสการ์ดถึงชายคนรัก
ผมอยากแทรกตัวผ่านกลีบดอกไม้สักดอกที่เธอชอบ - หรือยังไม่ชอบ . เช้าเยือนเยี่ยม ผมจะรอเสียงกระซิบจากเธอผ่านดอกไม้ ผมจะตะโกนแผ่วๆ กลับไปว่า คุณก็น่ารักครับ . ผมสุขนะ เมื่อคุณไล้กลีบแก้มผมด้วยนิ้วเรียวสวย
. .เธอยังคงจดจ้องกับสมุดเล็กๆและกล้องถ่ายรูป ผมชื่นชมและทยอยหลงรักเธอ รออีกเช้าบานรับแสงอาทิตย์อุ่นๆ ผมจะยืนตรงที่เดิม ยิ้มสุขมองเธอ . -
เป็นขณะเงียบที่งดงามประหนึ่งเม็ดฝนพรำหล่นในวันแดดถนอมน้ำใจ .- ท้องฟ้าสบาย หมายเลขสอง
- ผมฝันอยากมีบ้านไม้เล็กๆสักหลัง มีคลองไหลผ่าน มีต้นไม้เล็กๆเรียงรายรอบบ้าน อากาศรื่นๆผมจะผูกเปลญวนไว้กับต้นตะกู นอนอ่านหนังสือ รอเธอกลับจากสอนหนังสือ ผมเตรียมน้ำเย็นๆไว้ให้เธอได้ชื่นใจ เธอคงล้า แต่ผมเชื่อว่าเธอเหนื่อยแต่มีความสุข ผมทำกับข้าวให้เธอได้ทาน ผักสดๆที่เธอปลูกกับมือ ผมขอให้เธอเก็บพริกสดข้างบ้าน เธอวิ่งเล่นราวเด็กๆ พร้อมเม็ดฝนที่โรยตัวช้าๆ ม่านฟ้าเปลี่ยนเป็นฉ่ำนอง เธอยังคงสนุก เดินเข้าบ้านพร้อมพริกสดกำใหญ่ และดอกบานชื่นก้านแข็งแรงกับรอยยิ้มสุขละไม คืนนี้บ้านไม้ผมฉ่ำฝนชะหลังคา ดอกไม้หน้าบ้านบานรับจูบฝน ผมหัวเราะกับอดีตอันเจ็บปวด เธอยิ้มน้อยๆบอก ฉันอยู่ตรงนี้ ผมอุ่นวาบในอก โอบเธอไว้เบาๆในอ้อมกอด ชวนเธอฟังเสียงฝน แข่งกันนับเสียงฝนที่หล่นกระทบหลังคา เป๊าะ แป๊ะ เป๊าะ แป๊ะ เป๊าะ แป๊ะ เป๊าะ แป๊ะ เธอแย้งว่าเสียงฝนดัง ลัลลา ลัลลา ลัลลา ลัลลา เลยดึกไปค่อนคืน ผมเดินไปราตรีสวัสดิ์ดอกบานชื่น แง้มบานหน้าต่างเพียงเห็นแสงหรุบหรู่จากจันทร์หม่น เธอหลับแล้ว ยินเพียงเสียงหายใจเบาๆ โลกใต้เปลือกตาของเธอจะงดงามเสมือนนอกดวงตาดำขลับไหม ค่อนเช้า ผมตื่นเพื่อเตรียมกาแฟดำสำหรับเธอ ก่อนเดินออกจากบ้า .....
- ถึง สหายผู้ร่วมเดินทางตามหาเมล็ดพันธุ์
- นานแล้วนะที่นิทานก่อนตื่นบางเรื่องจางหายไปจากความทรงจำ , หนุ่มน้อยสักคนมุ่งมั่นที่จะปลูกดอกแดฟโฟดิล ซึ่งเป็นเสมือนภาพฝันงดงามของเจ้าหญิงน้อยสักองค์ ... เดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวและหว่านเมล็ดพันธุ์แก่มวลโลก แรงสะเทือนจากสองมือเล็กๆ ทยอยนำดินออกจากร่องและหย่อนกล้าไม้สักต้น รดน้ำ พรวนดินด้วยหัวใจ แหละเมื่อย้อนกลับมาในอีกขวบปี ต้นกล้าเล็กๆกลับกลายเป็นต้นกล้าหนุ่มน้อยผู้พร้อมเผชิญโลกอย่างสง่างาม .... นิทานก่อนตื่นจบลง , เรื่องจริงซึ่งงดงามเสมือนภาพฝันกำลังก่อตัว - ใครสักคนบอกเล่าฉันว่าเขาฝันอยากมีต้นไม้เยอะๆ ในพื้นที่เล็กแห่งหนึ่ง ฉันยิ้ม และบอก , ฉันก็อยากมีต้นไม้เหมือนกัน เธออยากมีต้นไม้ เราอยากมีต้นไม้ .. โลกอยากมีต้นไม้ เขาจึงจุดประกายความคิดที่จะเพาะเมล็ดพันธุ์ป่าเพื่อนำออกปลูก แจกจ่ายสร้างงานดูแลให้แก่ผืนดิน ผ่านฐานคิดสามัญเรื่องความสมดุลของมวลโลก แหละหากผืนดินตอนนี้มีเพียง ยูคาลิปตัส มันสำปะหลัง หรือยางพารา เราและสัตว์ที่จำต้องหายใจ , ชื่นชมความงามของใบเขียวสดจะอยู่อย่างไร ดอกไม้งดงามจะเหงาไหม หากไม่มีโอกาสได้ยิ้มทักเด็กน้อยเปี่ยมฝัน ดังนั้นแล้ว , ฉันและเราสหายร่วมหายใจธาตุอากาศเดียว .....
- I Can Do Nothing

- พิพากษามาข้าก็อุทธรณ์
- มาตรฐานของความหมกมุ่นอยู่ที่อะไร ระยะเวลา หรือ ความถี่ ? ถ้าระยะเวลา - สำหรับเราคงไม่ใช่ แต่ความถี่ก็ยอมรับ - ไม่อาจปฎิเสธ ขณะที่คุณก็มีความต้องการสื่อผ่านเพื่อนบางคน คุณก็อยากรู้เรื่องที่ยังไม่เคยมีใครรู้เหมือนกัน มันเป็นพลังสร้างสรรค์ ??!!! ขณะเดียวกันกับเรา - ชดเชยกับสิ่งที่ขาดหาย ความเหนื่อย เครียด และทดท้อในบางครั้ง จินตนาการเหล่านี้มันช่วยได้ เวลาวันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง เราใช้มันไปกับการเรียนส่วนใหญ่ คุยกับที่บ้าน ปั่นจักรยานกับเพื่อน เข้าเว็บบอร์ดตอบ-ตั้งกระทู้ เขียนงานเล็กๆน้อยๆ ถ่ายภาพ - ทำโปสการ์ดเพื่อหาตังค์ ตั้งกลุ่มช่วยเด็กเร่ร่อน โน้มน้าวเพื่อนให้มาตั้งกลุ่มด้วยกัน และรับฟังปัญหาชีวิตของเพื่อน ทั้งเรื่องทางบ้าน แฟน และกับเพื่อนด้วยกันเอง คุยกับคนรัก ที่เหลือก็ออกค่าย โบกรถ คุณพูดเสมอว่า เราต้องเข้าใจคนรอบข้าง ใส่ใจคนอื่นมากกว่าตัวเราเองด้วย ในเมื่อเรายังไม่กระจ่างกับตัวเอง ยังไม่ได้สบตาทำความรู้จักกับเงาในกระจก แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรในการที่เราไปโอบอุ้มความรู้สึกคนข้างๆ ขณะที่ในลึกของเรากำลังปวดร้าว ?! ก็เรามันเป็นแค่คนเล็กๆบนโลกโตๆ จะทำอะไรได้มากไปกว่าที่เห็น ที่ว่ามา .....
- ฝันลางๆ - เมื่อคืน

เธอจ๋า ท้องฟ้าสวยนะ,..ดูสิ ! เหมือนฝันเลย
แต่ฉันว่าเหมือนสายไหมมากกว่านะ
เอ๊ะ - แต่เราว่าเหมือนน้ำแข็งปุยใสๆ ราดน้ำหวาน นั่นไง ท้องนาเขียวเหมือนทะเลเลย เป็นคลื่นๆด้วย ทะเลยังไงเหรอ - ก็ดูสิ เวลาลมพัดก็เอนไปทางเดียวกัน เหมือนระลอกคลื่นของทะเลหรือเปล่า ถ้างั้นก็ต้องมีปะการังด้วยสิ .. ใครว่าล่ะ มีปูนาตะหากเล่า เธอไม่รู้จริงๆเหรอ ฉันเคยโดนหนีบนิ้วมาแล้ว นิ้วไหนอ่ะให้ทาย นิ้วโป้ง - ไม่ใช่ นิ้วกลาง - ไม่ใช่ เฉลยนะ นิ้วก้อยไง .. นิ้วก้อยฉันจึงเล็ก เพราะปูกินไปแล้ว เธอชักจะไปกันใหญ่แล้ว ไม่พูดดีกว่า ...ตื่นไปอ่านหนังสือได้แล้ว เด็กน้อย
อย่าลัลลากับฝันจนลืมความจริงสิจ๊ะ...
ไม่มีอะไรมากไปกว่า มาบอกเล่าความฝันที่จำได้ลางๆ แต่อยากจดจำ !!
- The memory of love (1)

ฝนตก ลมแรงพอให้รู้สึกถึงกลิ่นน้ำฟ้า กลิ่นดินระรวยเตะจมูก ดนตรีเพอร์คัสชันดังพอให้ไหวหวาม หนังสือเล่มที่อ่านค้างยังกางอยู่ เหงาลึกทว่าสุขล้ำในที ภาพใครบางคนหวนสู่ภาพใจ หรือนี่คือความคิดถึง
ฉันเลือกจะสื่อสารกับคุณ ด้วยการเก็บความรู้สึกไว้ในพื้นที่ส่วนตัว บางครั้งเพียงอยากได้ยินเสียง กดเบอร์แต่ไม่กล้ากดโทร. ฉาบฉวยเกินไปสำหรับคุณค่าของการระลึกถึง
ฉันสบายดี คุณคงสบายดี ฉันขอให้คุณสบายดี ...
เวลาสิบเจ็ดจุดสามเก้า วันที่สี่ เดือนตุลาคม สองห้าห้าศูนย์- ทะเลของคนไกล
ทะเลของคนไกล จักงดงามเฉกเช่นใบไม้ไหวไหมหนอ จักอ่อนหวานประหนึ่งพิณขับคลอ จักอบอุ่นพะเน้าพะนออย่างพองาม
คลื่นที่เงียบในจริง อาจทรงพลังหยุดนิ่ง-ไหวหวาม อาจกระเพื่อมน้อยมากทยอยตาม อาจสดับเพื่อรับความจากฟากฟ้า
ฟ้าอีกฟากฝั่งฝัน แววดาวพราวพรรณพร่างกระจ่างหล้า แววเดือนเลือนแล้ว-หยาดน้ำตา แววฝนฉ่ำฟ้า ข้าฯเบิกบาน
ยิ้มแห่งผืนทราย จึงเหยียบย่ำย่างกรายรายทางผ่าน จึงละมุนกรุ่นละไมใกล้รอยธาร จึงอีกครั้งเบิกบาน-ยิ่งนัก
สะพานไม้ ทอดทางกลางใจให้ประจักษ์ ทอดคำนึงถึงคนของความรัก ทอดสะพานนานนักจึงรักมั่น
ความทรงจำเลือนลาง สีจางหม่นเศร้าคละเคล้าฝัน สีใจแต่งแต้มรำพัน ภาพทะเลแห่งฉัน-จึงงดงาม
ปรางแก้ว/ทะเลของคนไกล ๑๙ กรกฎ ๕๐
- ทะเล..ฉันรักเธอ#๒
ปั่นจักรยานเลียบชายหาด.. ฝันเต้นเร่าอยู่ในลึก วันแดดสวย - ตัวตนเดียวกับผืนทรายและสีฟ้าคราม กู่ร้องก้องกระทบ .. รักเธอเหลือเกิน ทะเลเอ๋ย ลากเส้นรอยทรงจำ ทะเล..ฉันรักเธอ เก็บไว้ในห้วงรู้สึก ย้ำแก่ตาใจและก้อนเนื้อกำปั้น อีกสักครั้ง.. จะกลับมา รอหน่อย ... เหนื่อยอ่อน เหงาเศร้า ทุกข์เคล้าระคนน้ำตา โยนทะเลเบื้องหน้า ทะเลจ๋า..ยังไหวไหม
.. ชาวเลออกหาปลา โดยไม่รู้ว่าชั่วโมงหน้าจะเป็นอย่างไรบ้าง หากแต่ปลดแอกพันธะและก้าวลงสู่ทะเล
ผู้คนเหงาเปลี่ยว นั่งจับเจ่า มองคลื่นโดยเดียวดาย
คลื่นซัดเข้าหาฝั่ง อย่างมีความหวัง
ระลอกต่อไปกำลังมา..
บ้านอยู่ทะเล ฉันเป็นเด็กทะเล ตื่นเต้นกับทะเล โลดแล่นบนจินตนาการของทะเล และไออุ่นทะเลสัมผัสได้ถึงรักอันใหญ่ยิ่ง
ทะเลแทนทุกสิ่งอย่าง .. ขอบคุณที่โลกสวยงาม ทะเล คือส่วนหนึ่ง ทะเลที่ยิ้มให้ คือทั้งหมดของความงดงาม
ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากใดๆ นั่งมอง สัมผัส - ใจเบิกบาน รอยยิ้มเริงร่าผุดพรายทั้งที่มุมปากและหัวใจทะเลจ๋า.. ฉันรักเธอนะ
ชะอำ(เพชรบุรี)- อันเนื่องมาจากไฮเนเกน และ - ข้าเหงานัก
คือทางเถื่อนเลื่อนกาลที่ผ่านเปลี่ยน โลกหมุนเวียนยุคสมัย-ในความคิด รอยอดีตทาทาบฝังสนิท เป็นชีวิตชิดแนบแอบสำนึก
ก่อนพรุ่งนี้โสโครกโลกเปลี่ยนผ่าน คน-สัตว์-มารไร้หัวใจในรู้สึก เป็นสามัญ-สามานย์พาลในลึก คะนองคึกตรึกผิดคิดสับสน
จึงข้าไม่รู้จักวันพรุ่งนี้ ดีกรีแก้วต่อแก้วโกลาหล ผรุสวาทต่อกรในใจตน สำรอกก่นทอด่าว่าเหงานัก
เหงา เปล่าเปลี่ยวได้ยินไหม กู่ร้องจากใจที่แน่นหนัก เสียงแข็งรอคอยการทายทัก จากรักบีบเค้นเป็นผูกพัน
ไม่มี ข้าไม่มีเฉกสหาย ยังเดียวดายร้องไห้ในโศกศัลย์ อยากกลับสู่วิถีแห่งคืนวัน เพื่อเจอะเจอคนนั้น-ให้สุขตรม