SoftGanz By Little Bear.

Web & Software Developer Gang.

4 ความผิดพลาดซ้ำซากในการเทรด

โดย Little Bear on January,08 2015 21.55

ข้อที่ 1: เทรดโดยไม่มีหลักการ

“ถ้าคุณไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงซื้อหุ้นตัวนั้น คุณก็จะไม่รู้ว่าควรขายมันตอนไหน ซึ่งนั่นมักจะทำให้คุณขายหุ้นทิ้งตอนที่ราคาของมันทำให้คุณกลัว ทั้งๆที่โดยส่วนมากแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกลัวราคาหุ้นในขณะนั้น มันคือโอกาสซื้อ ไม่ใช่จุดบ่งชี้ว่าคุณควรขายมันทิ้ง” – Martin Taylor –

ถ้าคุณไม่มีจุดยืน คุณก็ไม่มีแก่นหรือสิ่งใดให้ยึดถือปฏิบัติ ถ้าคุณไม่มีเป้าหมายว่าจะไปที่ใด คุณก็ไม่มีวันไปถึงจุดหมาย… จงกำหนดหลักการ วางแผนการลงทุน และทำตามแผนที่คุณวางไว้เสมอ เพราะถ้าคุณไม่มีแผนการของตนเอง คุณก็จะต้องตกอยู่ในแผนการของคนอื่น

ข้อที่ 2: เข้าซื้อหุ้นไม้ใหญ่เกินไป (Trading too big)

“นักลงทุนมักจะให้ความสำคัญเกือบทั้งหมดไปที่จุดเข้าซื้อ (entry price) ทั้งๆที่โดยส่วนมากแล้ว ขนาดของ lot (entry size ) ในแต่ละครั้งมีความสำคัญกว่าจุดเข้าซื้อ เพราะหาก entry size แต่ละครั้งใหญ่มากเกินไป เวลาที่ราคาปรับตัวลงอย่างไม่มีนัยสำคัญ มันก็มักจะทำให้คุณกลัวและอกออเดอร์ก่อนทั้งที่ยังมีแนวโน้มดีนั้นทิ้งไป ดังนั้น ยิ่งขนาดของ lotใหญ่มากไปเท่าไร ความกลัวจะเข้ามาครอบงำการตัดสินใจของคุณ แทนที่จะตัดสินใจจากแผนการและประสบการณ์ที่พิจารณาอย่างดีแล้ว” – Steve Clark –

การเทรดครั้งเดียวใน lot ที่ถือว่ามีสัดส่วนที่เยอะของพอร์ต จะทำให้คุณขายหมูเพราะความกลัวของคุณ ไม่ใช่เพราะระบบลงทุนของคุณบอกให้ขาย ดังนั้น ก่อนที่จะเทรด คุณควรกำหนดจำนวนเงินที่คุณสามารถยอมรับขาดทุนได้ให้อยู่ในระดับที่ไม่เสี่ยงมากไป ตัวอย่างเช่น เงินในพอร์ตมี 1000$ คุณยอมรับขาดทุนได้ 200$/ครั้ง โดยที่จุดตัดขาดทุนของคุณคือ เมื่อราคาทะลุแนวต้านล่าสุดของเมื่อวานไป

ข้อที่ 3: ซื้อขายมากเกินไป (Overtrading)

การที่เราจะเทรดบ่อยขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับแนวทางการลงทุนของเรา แต่ไม่ว่าคุณจะใช้แนวทางลงทุนแบบไหนก็ตาม การซื้อขายน้อยครั้งย่อมดีกว่าเสมอ (less is more) อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดไป เพราะไม่ว่าคุณจะทำการบ้านหรือเตรียมตัวมาอย่างดีแค่ไหนก็ตาม แต่กราฟนั้นก็มักจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอยู่บ่อยๆ ดังนั้น คุณควรจะมีไอเดียหรือกราฟที่จะเลือกลงทุนมากกว่า 1 ตัวอยู่เสมอ แต่การที่คุณซื้อๆขายๆในค่าเงินทุกตัวที่เกิดสัญญาณ ทำให้เงินลงทุนและพลังงานของคุณถูกกระจายออกไปในกราฟหลายตัวมากจนเกินไปนั้น คงไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดนัก

คุณควรยึดมั่นอยู่กับสิ่งที่คุณรู้และเข้าใจ เลือกใช้วิธีการที่คุณทำแล้วได้ผล อย่าหลงไปตามกระแสข่าวลือหรือการลงทุนที่คุณไม่ได้เปรียบ และหลีกเลี่ยงการลงทุนใดๆก็ตามที่คุณไม่ได้มีความเข้าใจในสิ่งนั้นเลยแม้แต่น้อย

“ในบางครั้ง การเทรดที่ดีที่สุดก็คือ การไม่เทรดเลย และตั้งมั่นอยู่ระบบที่เราถือ” ผมรู้ดีว่าในช่วงตลาดกระทิงดุนั้น มันมีสิ่งที่เย้ายวนใจมากที่จะทำให้คุณเทรดบ่อยครั้ง เมื่อกราฟเกือบทุกตัวขึ้นไปทะลุ High เดิม คุณรู้สึกเหมือนเด็กที่อยู่ในร้านขนมหวานแล้วไม่รู้จะเลือกหยิบขนมชิ้นไหนดี จงเลือกกราฟเพียงไม่กี่ตัวในจังหวะเวลาที่เหมาะสม อย่าพยายามที่จะไล่เทรดทุกตัว เพราะคุณไม่สามารถทำได้ (ยกเว้นว่าคุณเป็นคอมพิวเตอร์!!!)

เบื้องหลังของความผิดพลาดในข้อที่ 2 และ ข้อที่ 3 มักจะเกิดจากความมั่นใจที่มากเกินไปถึงแม้้ว่าความมั่นใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการทำตามแผนและระบบลงทุนของคุณ แต่ถ้ามีความมั่นใจที่มากเกินพอดี (Overconfidence) มันจะก่อให้เกิดผลเสีย เพราะความมั่นใจที่มากเกินไปนั้น เป็น 1 ในเหตุผลสำคัญที่ว่า ทำไมนักลงทุนและนักเก็งกำไรที่มีประสบการณ์จึงยังสามารถขาดทุนได้

เมื่อไรก็ตามที่คุณรู้สึกว่า ความสำเร็จของคุณในตลาดมาจากการที่คุณเป็นอัจฉริยะ ไม่ได้มาจากความคิดที่รอบคอบและไตร่ตรองอย่างระมัดระวังในการลงทุน ก็เท่ากับว่าคุณใกล้ถึงเวลาที่จะขาดทุนแล้ว

ข้อที่ 4: เฝ้าดูกราฟมากเกินไป (Watching your stocks too closely)

“การเฝ้ามองกราฟบนหน้าจอทั้งวันนั้น ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆและเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ผมเชื่อว่าการเฝ้าดูทุกคำสั่งซื้อขายจะทำให้คุณขายหมูก่อนเวลาอันควร และ มักทำให้คุณ buy ในราคาที่สูงเกินไปหรือ sell ในราคาที่ต่ำเกินไปของวันนั้น รวมถึงทำการ Overtrading ผมแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการเฝ้ามองกราฟตลอดเวลา และหันไปทำสิ่งอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการลงทุนและต่อตัวของคุณเองในช่วงเวลาซื้อขาย เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านั้น” - Steve Clark –

“หากคุณใช้เวลาอยู่ในร้านตัดผมสักพักหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็วคุณจะคิดว่าคุณต้องตัดผม ทั้งๆที่คุณหัวล้าน” – Warren Buffett –

การเฝ้ามองกราฟอย่างใกล้ชิดจะทำให้เกิดผลเสียต่อผลตอบแทนของคุณ เมื่อคุณเข้าเข้าเทรดแล้ว คุณไม่ควรซื้อขายเพียงเพราะเห็นคำสั่งซื้อขายเล็กๆน้อยๆที่สวนทางกับ Position ของคุณ การเฝ้ามองกราฟมากเกินไปนั้น ก็เปรียบเหมือนคุณนั่งอยู่ในร้านเบเกอรี่แสนอร่อยขณะที่คุณกำลังลดความอ้วน ดังนั้น คุณควรหาสิ่งอื่นทำแทนที่จะนั่งเฝ้าดูกราฟทั้งวัน อย่างเช่นการอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือ อะไรก็ตามที่ทำให้ไม่ต้องยุ่งกับการดูราคาหุ้นระหว่างวันมากเกินไป หากคุณยังสงสัยอยู่ว่า ก็ผมเป็นเทรดเดอร์แล้วจะไม่ให้เฝ้าหน้าจอได้อย่างไร? ผมขอทิ้งท้ายไว้ด้วยคำคมของ โซรอส นะครับ ลองเอาไปเปรียบเทียบกับการเทรดดู

“ถ้าคุณออกไปทำงานทุกวัน เพียงเพราะคิดว่าคุณต้องทำอะไรซักอย่าง ผลก็คือ มันทำให้คุณมักจะทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์อะไรเพื่อไม่ให้เบื่อไปวันๆ ซึ่งผมคิดว่าคุณควรจะอยู่เฉยๆดีกว่า ปกติแล้วผมจะไปทำงานเฉพาะเวลาที่มีงานให้ทำ ในเวลาที่มันควรค่าแก่การทำจริงๆ ผลก็คือ ผมเรียนรู้ที่จะสามารถแยกแยะได้ว่า วันไหนที่มีงานสำคัญกว่าวันอื่นๆ และรู้ว่าเวลาไหนที่ควรมุ่งมั่นกับงานเป็นพิเศษ”

Credit www.thaiforexschool.com ศ.เกื้อกุล วัยรุ่นพันล้าน

ASUS Zenfone 2 มาแล้วพร้อม Android 5 สิ่งกำลังรอคอย

โดย Little Bear on January,06 2015 11.51

ASUS เปิดตัว Zenfone 2 และ Zenfone Zoom สองทายาทของสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดของ ASUS

ถัดจากงานแถลงข่าวของ LG ค่ายต่อมาที่มีงานแถลงข่าวก็คือ ASUS ที่ประกาศเปิดตัวสองผู้สืบทอดของหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดในโลกเมื่อปีที่แล้วอย่าง ASUS ZenFone ในชื่อ ASUS Zenfone 2 และ ASUS Zenfone Zoom

ในด้านการออกแบบ Zenfone 2 มาพร้อมกับการออกแบบในรูปลักษณ์ใหม่ทั้งหมด และมีมิติที่ตื้นลึกมากขึ้น อีกทั้งยังได้รับการปรับปรุงคุณภาพในหลายๆ จุดจากรุ่นที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงคุณภาพของหน้าจอทัชสกรีนไม่ให้มีการหน่วงเวลาเมื่อทัช (Zero-lag input) ปรับขนาดหน้าจอให้ใหญ่มากขึ้น และเพิ่มมุมมองของจอเป็น 72% (เมื่อเทียบกับ iPhone 6 Plus ที่มีมุมมองเพียง 63.8% จอ ZenFone 2 จะมีขนาดใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัดในตัวเครื่องที่เล็กกว่าและมีขนาดจอที่เท่ากัน) เพิ่ม ZenMotion สำหรับใช้ควบคุมตัวเครื่องด้วยการสั่งการแบบท่าทาง และท้ายที่สุดคือ ZenUI 2 ที่ปรับปรุงให้ตรงใจผู้ใช้มากขึ้น พร้อมกับเปลี่ยนฐานไปรันบน Android 5.0 Lollipop

ส่วนการออกแบบ Zenfone Zoom นั้นจะคล้ายๆ กับการออกแบบ Zenfone 2 แต่เปลี่ยนโมดูลกล้องชุดใหญ่ให้คล้ายกับของ Nokia Lumia 1020 ซึ่ง ASUS เคลมว่าเป็นสมาร์ทโฟนติดกล้อง optical zoom ที่มีขนาดบางที่สุดในโลก และจะเพิ่มความสามารถของกล้องให้ทัดเทียมกับกล้องระดับ DSLR เข้ามามากขึ้น

ส่วนสเปคทางเทคนิคทั้งสองรุ่นมีสเปคพื้นฐานเหมือนกันทั้งหมด แต่จะแตกต่างกันตรงที่กล้อง ซึ่งรายละเอียดมีดังต่อไปนี้ครับ

  • หน่วยประมวลผล Intel Atom Z3580 แบบควอดคอร์ 64 บิต ความเร็ว 2.3 GHz
  • Zenfone 2 แยกรุ่นขายระหว่างแรม 2GB และแรม 4GB, Zenfone Zoom ไม่ระบุว่ามีแรมเท่าไหร่
  • หน้าจอ AH-IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920*1080 พิกเซล ความสว่าง 400 cd/m2
  • กล้อง Zenfone 2 ตัวหลักมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล บนเทคโนโลยี PixelMaster มีค่ารูรับแสง f/2.0 และมี Zero Shutter Lag กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล บนเทคโนโลยี PixelMaster
  • กล้อง Zenfone Zoom ตัวหลักมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล บนเทคโนโลยี PixelMaster มี Optical Zoom 3 เท่า, OIS, โฟกัสด้วยเลเซอร์ กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล บนเทคโนโลยี PixelMaster
  • รองรับสองซิมแบบแอคทีฟทั้งคู่
  • รองรับ LTE Cat-4
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh และมีระบบ Fast Charging สามารถชาร์จแบตที่ 0-60% ได้ในเวลาเพียง 39 นาที

ASUS ระบุว่าจะเริ่มวางขาย Zenfone 2 ในเดือนมีนาคมนี้ที่ราคาเริ่มต้น 199 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน Zenfone Zoom จะเริ่มวางขายในไตรมาสที่สองของปีนี้ ที่ราคา 399 ดอลลาร์สหรัฐฯ ครับ

ที่มา - ASUS CES 2015 Event, The Next Web, The Verge ผ่าน Blognone.com

อยากได้อีกแล้ว : Lenovo เปิดตัว LaVie Z โน้ตบุ๊กซีรีส์ใหม่เบาเพียง 780 กรัม

โดย Little Bear on January,06 2015 11.41

ยังปล่อยของไม่หมดสำหรับ Lenovo ที่เพิ่งเปิดตัวโน้ตบุ๊กไลน์ใหม่ไปหลายรุ่น ล่าสุดเปิดตัวโน้ตบุ๊กซีรีส์ใหม่ LaVie ที่มาพร้อมกับการท้าชิงตำแหน่งโน้ตบุ๊กที่บางเบาสุดในโลกด้วยน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 780 กรัมเท่านั้น

พร้อมกับเปิดตัวซีรีส์ใหม่ Lenovo ได้เผยโฉมเครื่องจริงมาทั้งสิ้น 2 รุ่นคือ LaVie Z HZ550 ที่เป็นอัลตร้าบุ๊ก และ LaVie Z HZ750 ที่สามารถพับได้มากกว่า (หนักกว่าเช่นกัน) โดยทั้งสองรุ่นใช้วัสดุหลักเป็นแมกนีเซียมลิเทียม ซึ่ง Lenovo เคลมว่าเบากว่าอะลูมิเนียม 50% เบากว่าแมกนีเซียม 30% แต่ให้ความแข็งแกร่งในระดับเดียวกัน โดยความบางไม่หวือหวานักที่ 16.9 มม.

สเปคของทั้งสองรุ่นต่างกันพอสมควร LaVie Z HZ550 เป็นอัลตร้าบุ๊ก ใช้ซีพียูรหัส Broadwell-U หน้าจอขนาด 13" แบบ IGZO ความละเอียด 2560x1440 พิกเซล ใช้ SSD 128GB และแรม 4GB ส่วน LaVie Z HZ750 เป็นโน้ตบุ๊กหมุนจอได้ 360 องศา โดยเลือกใช้ซีพียูรุ่นแรงกว่าของ Broadwell มีแบตเตอรี่จุมากกว่า 50% แต่สเปคอื่นๆ เท่ากัน

สำหรับราคาของทั้งสองรุ่นเปิดมาที่ 1,299 เหรียญ (ประมาณ บาท) สำหรับ LaVie Z HZ550 และ 1,499 เหรียญ (ประมาณ บาท) สำหรับ LaVie Z HZ750 โดยจะเริ่มขายเดือนพฤษภาคมนี้ครับ

ที่มา - Tom's Hardware ผ่าน Blognone.com

สิ่งที่ฟรีแลนซ์ต้องเขียนในใบสัญญา

โดย Little Bear on December,26 2014 09.26

สรุปสิ่งที่ฟรีแลนซ์ต้องเขียนในใบสัญญา

  1. ส่งงานให้ดูกี่แบบ แก้ไขได้กี่ครั้ง
  2. มัดจำกี่บาท
  3. ค่ายกเลิกงานเท่าไหร่
  4. ลิขสิทธิ์เป็นของใคร
  5. จ่ายเงินในระยะเวลากี่วันหลังงานเสร็จ
  6. หากลูกค้าไม่ให้ความร่วมมือในการทำงานให้เสร็จ จะปรับเท่าไหร่
  7. บริการหลังการขายเป็นอย่างไร

ส่วนรายละเอียดลองตามไปอ่านได้ที่ 7 สิ่งสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเขียนในใบสัญญา ก่อนโดนโกง !!

Server Setup : การกำหนดสิทธิ์ Root ให้กับ user บน Ubuntu 14.04

โดย Little Bear on December,22 2014 21.45

Pre-Flight Check

  • These instructions are intended specifically for adding a user on Ubuntu 14.04 LTS.
  • I’ll be working from a Liquid Web Core Managed Ubuntu 14.04 LTS server, and I’ll be logged in as root.

Step 1: Add the User

It’s just one simple command to add a user. In this case, we’re adding a user called mynewuser :

adduser mynewuser

First you will be prompted to enter the user’s password (twice); do this step. Next you’ll be prompted to enter in the user’s information. This step is not required, and pressing enter fills the field with the default information:

Adding user `mynewuser’ …
Adding new group `mynewuser’ (1001) …
Adding new user `mynewuser’ (1001) with group `mynewuser’ …
Creating home directory `/home/mynewuser’ …
Copying files from `/etc/skel’ …
Enter new UNIX password:
Retype new UNIX password:
passwd: password updated successfully
Changing the user information for mynewuser
Enter the new value, or press ENTER for the default
Full Name []: User
Room Number []:
Work Phone []:
Home Phone []:
Other []:

When prompted with the following question, enter Y then hit enter to continue.

Is the information correct? [Y/n] Y

Step 2: Grant Root Privileges to the User

visudo

Find the following code:

# User privilege specification
root ALL=(ALL:ALL) ALL

In this case, we’re granting root privileges to the user mynewuser . Add the following below that code:

mynewuser ALL=(ALL:ALL) ALL

Then exit and save the file with the key commands Ctrl-x, Y, enter.

If you’ve followed the instruction above correctly, then you should now have a user setup by the name of mynewuser which can use sudo to run commands as root!

ที่มา How to Add a User and Grant Root Privileges on Ubuntu 14.04

503 items|« First « Prev 2 3 (4/101) 5 6 Next » Last »|