SoftGanz By Little Bear.

Web & Software Developer Gang.

หุ้นที่มีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงสุด 10 อันดับแรกของปี 2009-2014

โดย Little Bear on November,01 2014 19.50

รายชื่อหุ้นที่มีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงสุด 10 อันดับแรกของปี 2009-2014 ตามภาพนะครับ

โดยเฉพาะปี 2014 3 ไตรมาส มีรายชื่อหุ้นที่มีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงสุด 10 อันดับแรก คือ

  1. AI ปันผล 17.39%
  2. KGI ปันผล 11.18%
  3. MBKET ปันผล 10.83%
  4. ASP ปันผล 10.47%
  5. MCOT ปันผล 9.17%
  6. AS ปันผล 8.57%
  7. TNITY ปันผล 8.28%
  8. ASIMAR ปันผล 8.15%
  9. PRAKIT ปันผล 8.08%
  10. CGS ปันผล 8.03%

ขอเก็บรายการไว้เพื่อประกอบการพิจารณากับข้อมูลอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจครับ

ข้อมูลจาก www.set.or.th/yourfirststock โครงการ Your 1st Stock โครงการที่ให้ความรู้เรื่องการวิเคราะห์เลือกหุ้นอย่างถูกวิธี

ที่มา SET ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เข็มทิศลงทุน

โดย Little Bear on October,29 2014 22.32

เข็มทิศช่วยให้นักเดินเรือในสมัยโบราณไม่หลงทางท่ามกลางทะเลที่เวิ้งว้าง การมีเข็มทิศจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและหมายถึงความเป็นความตาย เดินทางผิด ผู้เดินทางอาจหลงทางหรือในบางครั้งอาจต้องตายกลางทะเล เดินทางถูก เป้าหมายก็อยู่แค่เอื้อม ในการลงทุนในตลาดหุ้นเองนั้น เราจำเป็นต้องมี “เข็มทิศ” ที่จะช่วยชี้นำให้เรา “เดินทาง” สู่เป้าหมาย นั่นก็คือ สู่ความมั่งคั่ง มีอิสรภาพทางการเงิน “เข็มทิศลงทุน” ที่เราควรจะต้องใช้ในการนำเราไปสู่เป้าหมายมีหลายข้อดังต่อไปนี้

คำสอนนักลงทุน จาก ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โดย Little Bear on October,28 2014 22.03

ได้ข้อคิดของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร มาจากเว็บไซท์ Unlockmen-Lady P. เป็นข้อคิดดี ๆ ในการลงทุนในหุ้นระยะยาว การคัดเลือกหุ้น และอยู่กับมัน

การลงทุนในตลาดหุ้นจะสำเร็จได้ดี  ถ้าเรามีต้นแบบนักลงทุนในดวงใจ  ในตลาดหุ้นไทยคงไม่มีใครไม่รู้จัก  ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร  ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) ของประเทศไทย

ดร. นิเวศน์ เป็นนักลงทุนในดวงใจของ Lady P.  คำสอนของท่านเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนมือใหม่อย่างเราๆได้มีสติในการลงทุนมากขึ้น  ได้อ่านบทความดีๆของท่านที่สอนให้เรารู้จักบัญญัติ 10 ประการของการเล่นหุ้น  จึงไม่ลืมที่จะนำบทความดีๆมาแบ่งปันกันค่ะ

บัญญัติ 10 ประการของการเล่นหุ้น

ข้อ 1 ศึกษาข้อมูลหุ้นให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อหุ้น อย่าซื้อหุ้นโดยใช้อารมณ์ อย่าโลภ อย่ารีบด่วนตัดสินใจซื้อหุ้นโดยเฉพาะในกรณีที่หุ้นกำลังวิ่ง อย่าลืมว่ามีหุ้นที่กำลัง "วิ่ง" ทุกวัน ถ้าเราซื้อ เราก็จะเป็นนักเล่นหุ้นรายวันที่มีโอกาสถูกผิด 50-50 ถ้าเราทำแบบนี้ในระยะยาวเราจะขาดทุนเสมอ

ข้อ 2 อย่าสนใจข่าวลือ หรือ "หุ้นเด็ด" ที่เราได้ยินมาไม่ว่าจะมาจากเซียน คนใน หรือ Insider ของบริษัท หรือจากคนแปลกหน้าในงานเลี้ยง เชื่อเถอะว่าถ้าเราได้ยินก็คงมีคนอีกไม่น้อยที่ได้ยิน ข่าว หรือข้อมูลแบบนี้ไม่มีความหมายอะไรนอกจากจะทำให้เราเสียเงิน

ข้อ 3 ให้ความสำคัญกับตัวกิจการ หรือตัวหุ้นมากกว่าสภาพตลาด หรือเศรษฐกิจโดยทั่วไป เพราะถึงแม้สภาพทางเศรษฐกิจอาจจะไม่ดีแต่ตัวบริษัทก็อาจจะดีได้ นอกจากนั้น ถึงกิจการอาจจะไม่ดีนักแต่ราคาหุ้นอาจจะต่ำกว่าพื้นฐานมาก ดังนั้นอย่าให้ภาพของตลาด หรือเศรษฐกิจมาหันเหการตัดสินใจซื้อหุ้นของเรา

ข้อ 4 หุ้นนั้น มักจะดูแย่กว่าที่คิดในช่วงที่ตลาดตกต่ำถึงพื้นในช่วงตลาดหมี และดูดีกว่าที่คิดในช่วงที่ตลาดวิ่งถึงจุดสูงสุดในช่วงตลาดกระทิง มีความกล้าหาญที่จะซื้อเมื่อทุกอย่างดูเลวร้าย และขายเมื่อทุกอย่างดูดีจนไม่น่าเชื่อ

ข้อ 5 จำไว้ว่า มันเป็นเรื่องยาก ที่เราจะสามารถซื้อหุ้นที่พื้นพอดี และขายหุ้นได้ที่จุดสูงสุด ในยามที่ตลาดเลวร้ายมากๆ นั้น หุ้นอาจจะตกต่ำลงไปเกินกว่ามูลค่าพื้นฐานจริงได้มาก เช่นเดียวกัน ในยามที่ทุกคนกำลังมองโลกในแง่ดีมากๆ หุ้นอาจจะขึ้นไปเกินพื้นฐานได้มากเหมือนกัน ดังนั้น อย่าคาดหวังว่าเมื่อซื้อหุ้นแล้วราคาจะต้องขึ้นทันที หรือขายหุ้นแล้ว ก็หวังว่ามันจะลงถึง แม้เราจะเชื่อมั่นกับการวิเคราะห์หามูลค่าของเรา

ข้อ 6 ถ้ามั่นใจว่าบริษัทที่เราลงทุนมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีอนาคตในการเติบโตที่ดีมาก อย่าขายเพียงเพราะว่าราคาหุ้นอาจจะดูเหมือนว่าสูงเกินไปหรือหุ้นวิ่งขึ้นมาเร็วเกินไปชั่วคราว เพราะถ้าเราพลาด เราอาจจะไม่สามารถซื้อมันกลับมา และทำให้เราพลาดที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีเยี่ยมในอนาคต

ข้อ 7 อย่า "หลงรักหุ้น" จน "ตาบอด" เพราะมันจะทำให้เราไม่สามารถวิเคราะห์กิจการได้อย่างเป็นกลางไม่มีความลำเอียง หุ้นนั้นรักได้แต่อย่าหลง เราจะต้องตรวจสอบและประเมินดูฐานะและความคุ้มค่าอยู่ตลอดเวลา และเมื่อถึงเวลาเราก็อาจจะต้องมีความ "โหดร้าย" พอที่จะ "ตัดรัก" หรือขายทิ้งได้ถ้าพิจารณาดูแล้วว่ามัน "หมดเสน่ห์" แล้ว

ข้อ 8 อย่าสนใจว่าหุ้นเคยอยู่ที่จุดไหนมาก่อน จงสนใจว่าหุ้นจะไปที่ไหน กิจการอาจจะเคยกำไร 100 ล้านบาท ราคาหุ้นอาจจะเคยอยู่ที่ 10 บาทต่อหุ้น แต่ขณะนี้กำไรเหลือเพียงหลัก 10-20 ล้านบาท ราคาหุ้นตกลงมาเหลือเพียง 2 บาทต่อหุ้น อย่าไปคิดว่ากิจการและหุ้นจะต้องกลับไปที่เดิมหรือใกล้ๆ กับที่เดิม อย่าลืมว่าของเดิมอาจจะเป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติก็ได้ ตัวเลขใหม่คือของจริง ดังนั้น ลืมตัวเลขเก่าแล้วมองไปข้างหน้า หุ้นราคา 2 บาท อาจจะยังแพงเกินไปก็ได้

ข้อ 9 เน้นการลงทุนในหุ้นคุณภาพสูง หุ้นคุณภาพต่ำนั้น บางครั้งอาจจะให้ผลตอบแทนที่ดี และเร็วมาก แต่ความสำเร็จในระยะยาวนั้น มีโอกาสสูงกว่าที่จะเกิดกับพอร์ตของหุ้น ที่เน้นการลงทุนในหุ้นคุณภาพสูงเป็นหลัก Value Investor จำนวนมากหลีกเลี่ยงหุ้นดีประเภทซูเปอร์สต็อก และชอบเล่นหุ้นคุณภาพต่ำที่มีโอกาสทำกำไรหวือหวารวดเร็ว การทำแบบนี้ถ้าทำเป็นครั้งคราวก็คงไม่เสียหายอะไรนัก แต่ถ้าเริ่มต้น ก็ทำแล้วจนในที่สุดติดเป็นนิสัย โอกาสที่เขาจะประสบความสำเร็จในระยะยาวก็จะยาก พอร์ตที่ประกอบไปด้วยหุ้นของกิจการที่มีคุณภาพต่ำนั้นยากที่จะทำให้เรารวย ตรงกันข้าม พอร์ตของกิจการที่มีคุณภาพสูงนั้น สามารถทำให้เรารวยได้ และด้วยความเสี่ยงที่ต่ำกว่ามาก

ข้อ 10 ใช้เวลากับการลงทุน ตรวจสอบกิจการและหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไป เราต้องปรับการลงทุนเพื่อให้สะท้อนกับการเปลี่ยนแปลง ตัดหุ้นที่อ่อนแอลงออก ซื้อหุ้นที่ดีกว่าเข้ามา แต่นี่ไม่ใช่การเทรดหรือซื้อขายหุ้นรายวัน รายเดือน หรือแม้แต่รายปี มันขึ้นกับสถานการณ์และตัวหุ้น โดยเฉลี่ยแล้วถ้าเราซื้อหุ้นแล้วถือไม่ถึงปี วิธีการลงทุนของเราคงไม่ใช่การเน้นหุ้นคุณภาพในการลงทุนเป็นหลัก

ทั้งหมดนั้น ก็เป็นเพียงบางส่วนของกฎในการซื้อขายหุ้นลงทุนที่ผมคิดว่าดี และสอดคล้องกันเป็นชุดแน่นอน มีกฎอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน และอาจจะตรงกันข้ามกับที่ผมพูดถึง นักลงทุนคงต้องเลือกเองว่า จะเชื่อแนวความคิดหรือวิธีไหน แต่ขอบอกว่านี่คือวิธีการที่นักลงทุนเอกของโลก อาทิ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ใช้อยู่และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ติดตาม ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากรได้ที่ Facebook

ไม่ต้องยืนทำงานก็ได้ แต่ขอโต๊ะทำงานโค้ง ๆ ใหญ่ ๆ

โดย Little Bear on October,28 2014 21.01

จากข่าว IKEA เพิ่ม BEKANT โต๊ะทำงานแบบยืน

โต๊ะทำงานแบบยืนเริ่มได้รับความนิยมในช่วงหลังๆ เช่น ไลนัสผู้พัฒนาลินุกซ์เองก็เริ่มหันมายืนทำงาน แถมมีลู่เดินให้เดินไปพร้อมกัน ตอนนี้ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่อย่าง IKEA ก็เพิ่มโต๊ะทำงานในตระกูล BEKANT เข้ามาแล้ว

โต๊ะทำงาน BEKANT มีมาแล้วก่อนหน้านี้แต่ขาโต๊ะจะปรับด้วยมือและปรับความสูงในช่วง 65 เซนติเมตรถึง 85 เซนติเมตร แต่ขารุ่นใหม่จะเป็นขาไฟฟ้า ปรับระดับความสูงได้ 56 เซนติเมตรถึง 122 เซนติเมตร ทำให้พอดีกับกับการยืนทำงานพอดี

ราคาขารุ่นใหม่ 399 ดอลลาร์ แพงขึ้นกว่าขาธรรมดาที่ราคาเพียง 99 ดอลลาร์ งานนี้ถ้าชอบยืนทำงานต้องลงทุนกันหน่อยครับ

ที่มา - Geek.com

หุ้นจ่ายปันผลสูง ปี 57

โดย Little Bear on October,27 2014 08.54

หุ้นจ่ายปันผลสูง 6-9% แนะลงทุนกลาง-ยาว

หุ้นปันผลสูง (High Dividend Yield Stock) เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจในช่วงตลาดผันผวนและช่วงปิดงวดผลประกอบการประจำปี เพราะจะมีหลักทรัพย์จำนวนมากที่ใกล้ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับไตรมาส, ครึ่งปีหลัง หรือทั้งปี 2013 ซึ่งโดยมากจากกำหนดวัน XD ในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.ของทุกปี สำหรับหลักทรัพย์ที่คาดว่าจะจ่ายปันผลที่เป็น Remaining Yield (หักปันผลระหว่างกาลไปแล้ว) สูงกว่า 4.5% ได้แก่ TMT (7.4%), TISCO (6.1%), KTB (5.2%), DELTA (5.2%), BTSGIF (5.0%), AP (4.8%)

ส่วนหลักทรัพย์ที่คาดว่าจะจ่ายปันผลสำหรับปี 2014F ในเกณฑ์สูง กล่าวคือคาดการณ์ว่าจะให้ Dividend Yield ประมาณ 6%-9% ประกอบด้วย SRICHA- BTSGIF- CPNRF- TMT- CSL- MODERN- DCC- LPN- HEMRAJ- BCP- INTUCH- BECL- LH- MK-LHK- TTW- BTS- SPALI- KTB- QH- TISCO- DELTA- ADVANC- SC- AP และ PTTGC

  • ฟิลลิป คาด 6 หุ้นใหญ่กลุ่มพาณิชย์ กำไรโต 30% ชู CPALL-HMPRO เป็นTop Pick

บทวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป ระบุว่า ในความเห็นของฝ่าย แม้ภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังมีความเสี่ยง หากผู้ประกอบการยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง ส่งผลให้ยังมีผลการดำเนินงานเติบโต ขณะพร้อมรับผลบวกหากการบริโภคฟื้นตัว ทั้งนี้ทางฝ่ายคาดหมายหุ้นกลุ่มพาณิชย์ขนาดใหญ่ 6 แห่ง (BIGC,BJC, CPALL, HMPRO, MAKRO, ROBINS) มีกำไรสุทธิรวมในปี 2557 อยู่ที่ 3.65 หมื่นล้านบาท ฟื้นตัวขึ้น 30.8% y-y จากที่คาดจะเติบโตเพียง 0.2% ในปี 2556ผู้ประกอบการรายใหญ่มีศักยภาพแข่งขันสูง ทางฝ่ายมีความเห็นว่ามองผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ยังมีศักยภาพในการแข่งขันสูงแม้ภาวะเศรษฐกิจผันผวนขณะรายกลาง-เล็กจะมีความเสี่ยงมากกว่า ทั้งนี้มอง Valuation น่าสนใจหลังราคารับข่าวลบไปมากแล้ว

สำหรับหุ้น Top Pick ได้แก่: 1) CPALL (ราคาพื้นฐานปี 2557 อยู่ที่ 55.75 บาท/หุ้น) โดยมองเป็น Defensive Play และรับประโยชน์การเข้าถือหุ้น MAKRO เต็มปีด้านผลกำไรและ Synergy 2) HMPRO (ราคาพื้นฐานปี 2557 อยู่ที่ 14.30 บาท/หุ้น)โดยมองว่ารับประโยชน์จากสาขาใหม่และการออก Property Fund ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเงินลงทุน

ที่มา www.stock2morrow.com

490 items|« First « Prev 3 4 (5/98) 6 7 Next » Last »|