เป็นภาพ ใหญ่และยาวมาก ๆ ลองอ่านดู ผมอ่านผ่าน ๆ ก็พอเห็นอะไรบางอย่าง ดูเองแล้วกัน อยู่ในรายละเอียด
สงสัยอยู่นานแล้วว่า คนอื่นเขาเก็บพิกัดละติจูด ลองกิจูดกันยังไง เก็บเป็น text เป็น numeric แยกฟิลด์ไหม ลองเก็บมาหลายรูปแบบจนเริ่มมั่ว ก็เลยลองหาดูว่าคนอื่นเขาเก็บค่าพิกัดกันอย่างไร
เลยเห็น MySql data typa ตัวใหม่ คือ SPATIAL ซึ่งจะเก็บเป็น GEOMETRY , POINT , LINESTRING , MULTIPOINT, MULTILINESTRING , MULTIPOLYGON , GEOMETRYCOLLECTION
เริ่มเข้าเค้า งั้นเลยลองเก็บแบบนี้ดู เห็นบอกว่าสามารถคำนวณพิกัด ระยะทาง ได้เลย
ลองสร้างตารางดู
CREATE TABLE `place` ( `name` varchar(100) DEFAULT NULL, `location` point DEFAULT NULL, PRIMARY KEY (`name`) ) ENGINE=MyISAM;
เวลา add record ต้องระบุ location เป็น POINT(7.10,100.6) เช่น
INSERT INTO `place` (`name`,`location`)
VALUES
("สงขลา",PointFromText("POINT(7.122219 100.59288)"));
เวลา query ก็ใช้
SELECT `name`,AsText(`location`),X(location),Y(`location`) FROM `place`;
แหล่งเรียนรู้
พาครอบครัวเที่ยวเดือน ก.ค. 53 ครั้งนี้พากันไปเข้าวัด ถวายสังฆทาน แล้วกินข้าววัดไป 1 มื้อ หลังจากอิ่มหนำกันแล้ว ก็บรรเลงเพลงให้ท่านหลวงปู่ฟัง เอ้ย ไม่ใช่ เด็ก ๆ ซ้อมเพลงนกแอ่นกัน ดูได้จากวีดิโอนะ
เคยแปลงโดยใช้ mencoder อยู่พักนึง รู้สึกว่าใช้ยาก เลยลองเปลี่ยนเป็น ffmpeq บ้าง
แปลงจาก MPG เป็น FLV โดยใช้ค่า default ทุกอย่าง
ffmpeg -i input.mpg -f flv output.flv
เชื่อมไฟล์เข้าด้วยกันด้วยคุณภาพเหมือนต้นฉบับ
ffmpeg -i concat:"input1.mpg|input2.mpg" -sameq output.mpg ffmpeg -i concat:"input1.mpg|input2.mpg" -b 1000000 -f flv output.flv ffmpeg -i concat:"input1.mpg|input2.mpg" -vcodec libx264 -threads 3 -b 1000000 -f flv output.flv
ปรับขนาดให้เล็กลงสักหน่อย เพราะเน็ตผมช้า เหลือคุณภาพเสียง 22kHz bitrate 400kbps
ffmpeg -i input.mpg -ar 22050 -b 400000 output.flv
แปลงโดยใช้ codec h.264 ซึ่งจะได้คุณภาพที่ดีกว่า
ffmpeg -i input.mpg -vcodec libx264 -vpre slow -ar 22050 -threads 3 -s 640x360 -aspect 16:9 -ss 00:00:00 -vb 300000 -metadata title="Title here" output.flv
you can also use mpgtx (install it via APT) then just
mpgtx -j file01.mpg file02.mpg -o output_name.mpg
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2553 13:05 น.
เปลือยใจ 'พ.อ.นที ศุกลรัตน์' กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) หัวเรือใหญ่ในการผลักดัน 3G ของประเทศไทย ตอบทุกคำถามที่ผูกพันกับอนาคตโทรคมนาคมประเทศไทย ชนิดที่คนในวงการและประชาชนผู้บริโภคที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ควรพลาด
ความจำเป็นของการมี 3G
หากมองว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G คือโทรศัพท์ระบบหนึ่ง เราก็ไม่จำเป็นต้องมีเพราะปัจจุบันการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G มีครอบคลุมอยู่มากแล้ว แต่หากมองอีกแบบว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G คือการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือไวร์เลส บรอดแบนด์นั้น ถือว่ามีความจำเป็น เพราะสาเหตุที่สำคัญโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคทางด้านโทรคมนาคมขยายไม่ออก โดยเฉพาะจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตขยายตัวน้อยมากเพราะประเทศไทยยังอิง อยู่กับโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นโทรศัพท์ประจำที่ ซึ่งเพิ่มได้ครั้งละ 1 พอร์ต เพราะฉะนั้นการขยายอย่างไรก็ทำได้ไม่เกิน 10 ล้านราย
กำลังศึกษาการเขียน Apache rewrite rule จะทำ subdomain redirect ไปสู่โปรแกรม
เช่น http://bear.softganz.com ไป http://www.softganz.com/index.php?u=bear
เขียนยากจริง ๆ พยายามทำความเข้าใจอยู่ หากพอจะเข้าใจ จะมาเขียนอธิบายรายละเอียดอีกที
แหล่งเรียนรู้
ถ้าคุณเป็นคนที่พึ่งเริ่มมาใช้งาน ubuntu lucid ก็คงจะสงสัยว่าเมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว เราควรติดตั้งอะไรเพิ่มบ้างเพราะถึงแม้ ubuntu จะมีโปรแกรมและ packet ต่างๆมาให้แล้วแต่ก็ใช่ว่าจะพร้อมใช้งานได้เลยทีเดียว ผมจะแนะนำสิ่งที่เราต้องทำหลังจากติดตั้ง ubuntu lucid เสร็จแล้ว ในเบื้องต้นให้ครับ
1. เลือก repository ที่โหลดไวที่สุด
เนื่องจากเราโปรแกรมต่างๆของ ubuntu นั้นส่วนมากจะต้องติดตั้งผ่าน apt-get ฉะนั้นแล้วเราต้องเลือก repository ที่ของไทยเราเพื่อการโหลด packet ต่างๆที่ไวขึ้น ให้ไปที่ System > Administration > Software sources
2. ติดตั้ง driver การ์ดจอก่อนเลยครับ เพื่อจะได้เล่น Compiz fusion ได้
ถึงแม้ ubuntu จะจับยัด driver ต่างๆมาให้พร้อมแล้ว แต่ก็ไม่ได้ใส่ driver การ์ดจอมาให้ครับ ฉะนั้นเราก็ต้องติดตั้งเพิ่มโดยการไปที่ System > Administration > Hardware Drivers เพื่อทำการโหลด driver มาติดตั้ง
3. ติดตั้ง Compiz fusion เพื่อใช้งาน Desktop 3D
Compiz fusion จะทำให้ ubuntu ของเราดูน่าใช้งานมากยิ่งขึ้นใครนึกไม่ออกว่าเป็นยังไงลอง search youtube ดูครับ
sudo aptitude install compizconfig-settings-manager compiz-fusion-plugins-extra
4. ติดตั้ง packet สำหรับเล่นไฟล์ mp3, mp4 และมีเดียต่างๆ
ด้วย ubuntu restricted extras เราจะไม่ต้องค่อยนั่งไล่ลง code เล่นไฟล์มีเดียต่างๆให้เมื่อยตุ่ม
sudo aptitude install ubuntu-restricted-extras
5. ติดตั้ง theme เพิ่มเติม
ubuntu lucid ได้มี theme มาพร้อมให้แล้วบางส่วนแต่อาจยังไม่ถูกใจหลายๆคน สามารถหาเพิ่มเติมได้จาก gnome-look.org หรือ
sudo aptitude install community-themes
6. ติดตั้ง Ubuntu Tweak
Ubuntu Tweak เป็นซอฟแวร์ที่ไว้ปรับแต่งระบบของ ubuntu ร่วมทั้งยังสามารถติดตั้งซอฟแวร์ตัวอื่นๆเพิ่มเติมได้อีกด้วย ใช้แทน Ubuntu Software Center ได้เลยทีเดียวครับ ซึ่งจะคล้ายๆของ Tweak UI ทางฝั่ง windows นั้นเอง
sudo add-apt-repository ppa:tualatrix/ppa
sudo aptitude update && sudo aptitude install ubuntu-tweak
7. เพิ่ม repository "Medibuntu"
เป็นแหล่งดาวน์โหลดแพกเกจที่เน้นสำหรับงานบันเทิงของ Ubuntu ทำให้เราสามารถติดตั้งโปแกรมต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น Google earth, Opera , Sun Java ,Acrobat Reader และ อื่นๆ อีกมากมาย
sudo add-apt-repository ppa:medibuntu-maintainers/ppa
sudo aptitude update
8. ติดตั้ง VLC และ SMplayer ไว้เล่นไฟล์หนัง
เนื่องจาก Tottem ที่ ubuntu ให้มานั้นไม่สามารถตอบสนองตัณหาการดูหนังของเราได้หมดฉะนั้นเราต้องหา โปรแกรมตัวอื่นมาช่วยผมจึงแนะนำ vlc และsmplayer ครับ
sudo aptitude install vlc mozilla-plugin-vlc smplayer
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะทำกันหลังติดตั้ง ubuntu ใหม่...
ที่มา : Ubuntu Club
ไม่ไดัมากรุงเทพเสียนาน
ซื้อ Milestone มา แต่ไม่มีโอกาสได้ใช้ 3G วันนี้ได้ใช้แล้ว
เครื่องลงปุ๊บ test speed เลย down speed. 1700 kbps up 370 kbps
ไปเจอมาจาก blognone เกี่ยวกับรวมโปรแกรมด้านการแพทย์บน Android เนื่องจากช่วงนี้มีงานที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์อยู่พอสมควร เช่น การทำระบบรักษาโรคทางไกล (คลินิกทางไกล) เลยขอยกเอาข่าวมาบันทึกไว้หน่อย
ช่วงหลังๆ มานี้ โปรแกรมบน Android เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเลือกไม่ถูก ในโอกาสที่เว็บไซต์ 2 แห่งพร้อมใจกันรีวิวโปรแกรมด้านการแพทย์บน Android โดยมิได้นัดหมาย ผมเลยเอามาแนะนำต่อครับ
เริ่มจาก Talk Android แนะนำโปรแกรมด้านการแพทย์สำคัญๆ 5 ตัว ที่ผมว่าน่าสนใจและชาวบ้านๆ แบบเราใช้กันได้คือ First Aid คู่มือปฐมพยาบาลเบื้องต้น และ Epocrates ฐานข้อมูลยาแบบมีภาพประกอบ (คือรู้แค่ชื่อยาแล้วมาหาข้อมูลต่อในนี้ได้) ที่เหลือเป็นโปรแกรมเฉพาะทางสำหรับผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้
ถัดมา Software Advice แนะนำโปรแกรมด้านการแพทย์หลายตัว ส่วนมากเป็น paid app สำหรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ผมว่าคนธรรมดาใช้ได้คือ Speed Anatomy เกมสอนกายวิภาค ว่าอวัยวะอะไรอยู่ตรงไหน
ที่มา : Blonnone.com โดย mk
ปกติ Ubuntu จะตรวจสอบความเรียบร้อยของ hard drive ด้วย fsck ทุก ๆ 30 ครั้งของการ boot เพื่อให้แน่ใจว่าจะ hard drive จะไม่มีข้อผิดพลาด หรือ ยังพอแก้ไขได้ทัน
แต่หากเราต้องเปิด-ปิดเครื่องบ่อย ๆ เช่นเครื่องที่บ้านผม บางวันก็เปิดตั้ง 3-4 ครั้ง ผ่านไปได้อาทิตย์กว่า ๆ ก็เช็คอีกแล้ว แล้วเช็คแต่ละครั้งก็ปาเข้าไปเป็น 10 นาที คอยกันแย่เลยโดยเฉพาะช่วงที่รีบ ๆ
เลยต้องเปลี่ยนจำนวนครั้งให้มากขึ้นอีก
ทำได้อย่างไร?
แค่พิมพ์ code ด้านล่างนี้ใน terminal
sudo tune2fs -c <strong>50</strong> /dev/<strong>hda1</strong>
2 ค่าที่เป็นตัวหนาคือตัวที่ต้องเปลี่ยน
ตัวแรกคือเลข "50" เป็นจำนวนครั้งที่ boot แล้วจึงมีการตรวจสอบ 1 คือ ตรวจทุกครั้งที่ boot , 0 คือ ไม่ต้องตรวจเลย และ ค่าตัวเลข คือ ให้ตรวจทุก ๆ กี่ครั้ง เช่น 20 สำหรับ 20 ครั้ง 50 สำหรับ 50 ครั้ง ลองเลือกค่าที่เหมาะสมสำหรับเรา
ตัวถัดไปคือ "hd1" ก็คือ hard drive ที่ต้องการให้ตรวจสอบ ก็จะเป็น hda1,2,3 หรืออาจจะเป็น sda1,2,3
การไม่มีการตรวจสอบเลยนั้น ไม่ขอแนะนำ ค่าที่เหมาะสมอยู่ที่ 50-100
อย่างของผมมี 3 partition ก็เลยเป็น
sudo tune2fs -c 60 /dev/sda1 sudo tune2fs -c 60 /dev/sda5 sudo tune2fs -c 60 /dev/sda6
ที่มา : Ubuntu Forums - HowTo: Change disk checking/fsck at boot frequency